ควันหลง ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เชลซี 0 – 3 บาเยิร์น มิวนิค

ipro999.com ควันหลง ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เชลซี 0 – 3 บาเยิร์น มิวนิค

ควันหลง ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สถิติล่าสุดที่ทั้งคู่เคยเจอมาในรายการนี้ต้องย้อนไป ฤดูกาล 2011-12 ซึ่งป็นการพบกันในรอบชิงชนะเลิศ โดยทั้งคู่เสมอกันในเวลา 1-1 ก่อนที่ในช่วงดวลจุดโทษจะเป็น เชลซี ที่คว้าชัยเหนือ บาเยิร์น มิวนิค ไปได้ 4-3

สำหรับเกมนี้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด บอสใหญ่ของ “สิงห์บลูส์” วาง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เป็นหน้าเป้าโดยมี เมสัน เมาน์ท และรอสส์ บาร์คลี่ย์ ยืนเป็นหน้าต่ำ ขณะที่ฝั่ง “เสือใต้” วางหน้าเป้าเป็น โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวซัลโวที่ยิงในรายการนี้ไปแล้ว 10 ประตูเท่ากับ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ และให้ แซร์จ นาบรี้, โธมัส มุลเลอร์ และคิงส์เล่ย์ โกมัน คอยปั้นเกมอยู่ด้านหลัง

เริ่มเกมมาได้ไม่ถึงนาที “เสือใต้” ทักทายก่อนเลยจากจังหวะโต้กลับ อัลฟอนโซ่ เดวิส จ่ายเข้ากลางให้ โธมัส มุลเลอร์ ซัดด้วยขวานอกกรอบแต่น้ำหนักบอลเบาไปพุ่งเลียดเข้ามือ กาบาเยโร่

โอกาสของสิงห์บลูส์บ้าง นาทีที่ 7 เมสัน เมาน์ท ได้หวดนอกกรอบแต่บอลเหินโด่งออกไปไกล อีกนาทีถัดมา เมาน์ท ขึ้นทางขวามาอีกเลี้ยงเข้ากรอบตัดเข้ากลางก่อนหวดด้วยซ้ายแต่บอลไปติด โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ออกหลังไป

นาที 11 บาเยิร์น สวนกลับมาอีกที โกมัน เล่นกับมุลเลอร์ ทำชิ่งหนึ่งสองก่อนมาถึง โกมัน หลุดเข้าไปตะบันด้วยขวาบอลพุ่งเข้าข้าตาข่ายชนิดได้เสียว

อีก 4 นาทีถัดมา ติอาโก้ อัลกันตาร่า แทงบอลให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หลุดเข้าไปวอลเลย์ด้วยซ้ายในกรอบแต่บอลยังไปติดเซฟของ กาบาเยโร่ ที่พุ่งออกมาใช้ตัวบล็อคไว้ได้ทัน

นาที 20 เป็นโอกาสลุ้นเข้ากรอบหนแรกของ เชลซี เมสัน เมาน์ท เปิดเตะมุมทางด้านขวามาหน้ากรอบ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เทกตัวได้เหนือกว่าก่อนโขกลงพื้นแต่ยังเบาไปก่อนเข้ามือ มานูเอล นอยเออร์

นาที 28 ทีมเยือนพลาดโอกาสขึ้นนำอีกครั้ง หลัง เลวานดอฟสกี้ หลุดเดี่ยวเข้าไปจิ้มบอลด้วยขวา แต่บอลยังไปติดขา กาบาเยโร่ จากนั้นอีกสองนาที โยชัว คิมมิช แทงบอลต่อให้ โธมัส มุลเลอร์ กดด้วยขวานอกกรอบแต่บอลก็ยังไม่ผ่าม กาบาเยโร่ ที่ช่วยเซฟได้อีกที

เสือใต้ยังกดดันอย่างหนัก นาที 35 แซร์จ นาบรี้ ครอสบอลเข้าไปกลางประตู โธมัส มุลเลอร์ ขึ้นโขกเดี่ยวๆ ทว่าบอลพุ่งไปชนคานอย่างจัง

นาที 43 แฟนสิงห์เกือบได้เฮลั่น บอลโต้กลับเร็วจาก มาร์กอส อลอนโซ่ เลี้ยงจี้เข้าไปในกรอบก่อนล็อคหลบหนี เบนฌาแม็ง ปาวาร์ แล้วอัดด้วยซ้าย แต่บอลไปตรงตัว นอยเออร์ ที่เซฟไวด้ได้

จบครึ่งแรก เชลซี ยังเสมอกับ บาเยิร์น มิวนิค 0-0

ครึ่งหลัง กลับมาบู๊กันต่อ นาที 48 เมสัน เมาน์ท หลุดเข้าไปจิ้มบอลแต่ยังติดเซฟ กาบาเยโร่ บอลไปเข้าทาง รอสส์ บาร์คลี่ย์ วิ่งมาอัดเต็มแรงไปติดบล็อคของ นอยเออร์ อีกหน

นาที 51 กลายเป็นทีมเยือนที่บุกมาขึ้นนำไปก่อน 1-0 ติอาโก้ ยกบอลขึ้นหน้าให้ แซร์จ นาบรี้ พักอกก่อนหนี อัซปิลิกวยต้า แล้วแทงบอลให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หลุดเข้าไปปาดบอลไปหน้าประตูให้ นาบรี้ ที่วิ่งเข้าไปยิงด้วยขวาส่งบอลซุกตาข่าย

นาที 61 แฟร้งค์ แลมพาร์ด อยู่ไม่ได้แก้หมากเปลี่ยนรวดเดียวสองคนส่ง วิลเลี่ยน และแทมมี่ อบราฮัม ลงเล่นแทน รอสส์ บาร์คลี่ย์ และโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

นาที 76 แฟนสิงห์บลูส์เงียบกริบทั้งสนาม เมื่อมาเสียลูกที่ 3 บอลจาก อัลฟอนโซ่ เดวิส ครอสบอลไปในกรอบ 6 หลาให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ วิ่งมาชาร์ตบอลเข้าไป พาบาเยิร์นบุกมานำห่าง 3-0 พร้อมแซง เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ เป็นดาวซัลโว ยูซีแอล ที่ 11 ประตู

ท้ายเกม นาที 83 เชลซี ต้องเหลือแค่ 10 คนหลัง VAR เช็กย้อนหลังก่อนแจกใบแดงให้ มาร์กอส อลอนโซ่ จากจังหวะไปเล่นนอกเกมใส่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

 

 

——————————————————————–

สมัคร โปรโมชั้นภายในเดือนนี้ รับโบนัสร้อนแรง แอดเลย ที่ line: @ipro999